ลองนึกภาพโรงแรมเล็กๆ ริมทะเลแห่งหนึ่ง เดือนไหนเป็นไฮซีซันห้องเต็มทุกคืน แต่พอเข้าโลว์ซีซัน ห้องว่างครึ่งโรงแรมติดกันเป็นเดือน พนักงานก็ยังต้องจ่ายเงินเดือนเท่าเดิม ค่าน้ำค่าไฟก็ยังเดินอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะมีแขกพักหรือไม่ก็ตาม
นี่คือปัญหาที่โรงแรมแทบทุกแห่งในไทยเจอเหมือนกัน และวิธีแก้แบบเดิมๆ ที่หลายคนคุ้นเคยคือ "ลดราคาห้องพัก" ให้ถูกลงเพื่อดึงคนมาจอง แต่ลดราคาไปเรื่อยๆ ก็เหมือนยอมเฉือนกำไรตัวเองทิ้ง แถมพอกลับมาขึ้นราคาปกติ ลูกค้าก็อาจจะหายไปเลย
แล้วมีวิธีไหนที่ทำได้ดีกว่านี้ไหม
หลายโรงแรมเริ่มหันมาใช้วิธีที่ต่างออกไป นั่นคือการ "ขาย Voucher" ล่วงหน้า แทนที่จะรอให้ลูกค้าตัดสินใจจองห้องพักตรงๆ ก็เปลี่ยนมาขายเป็นบัตรกำนัลที่ลูกค้าซื้อเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยมาใช้ทีหลังเมื่อสะดวก
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ แล้วมันแก้ปัญหาได้หลายต่อ:
- เงินสดเข้าเร็วขึ้น — โรงแรมได้รับเงินตั้งแต่ตอนขาย ไม่ต้องรอถึงวันเช็คอินจริง เงินหมุนเวียนในธุรกิจดีขึ้นทันที
- ขายได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูกาล — คนซื้อ Voucher ไปเก็บไว้ใช้ตอนไหนก็ได้ บางคนซื้อเป็นของขวัญให้คนที่บ้าน บางคนซื้อเผื่อพาครอบครัวไปเที่ยวช่วงปีใหม่ทั้งที่ซื้อตั้งแต่กลางปี
- เติมห้องว่างในโลว์ซีซันได้ โดยไม่ต้องประกาศลดราคา — Voucher มักมาพร้อมเงื่อนไขการใช้ที่ยืดหยุ่นกว่า ทำให้โรงแรมคุมสมดุลรายได้ได้ดีกว่าการลดราคาตรงๆ
แล้ว Rate Parity ที่เซ็นกับ OTA ล่ะ ขายแบบนี้ผิดสัญญาไหม
หลายคนที่ทำโรงแรมพอได้ยินเรื่องขาย Voucher ก็อาจแอบกังวลว่า "แล้วสัญญา Rate Parity ที่เซ็นกับ Agoda หรือ Booking.com ล่ะ จะมีปัญหาไหม" เพราะปกติสัญญาพวกนี้ห้ามโรงแรมเอาราคาห้องพักที่ถูกกว่าราคาที่ตกลงกับ OTA ไปเปิดขายที่อื่น
ข่าวดีคือการขาย Voucher โดยทั่วไปไม่เข้าข่ายสิ่งที่ Rate Parity ควบคุม เพราะ:
- Rate Parity คุมเรื่อง "ราคาห้องพักที่เปิดเผยต่อสาธารณะ" ให้เท่ากันทุกช่องทาง แต่ Voucher ไม่ใช่การประกาศราคาห้องพัก
- Voucher คือสินค้าคนละประเภท มันคือ "บัตรกำนัลที่ซื้อล่วงหน้า" ไม่ใช่การจองห้องพักโดยตรง ณ วันนั้น
- มูลค่าที่ลูกค้าได้จาก Voucher มักมาในรูปเงื่อนไขพิเศษ (เช่น พักได้กี่คืน มีของแถมอะไรบ้าง) ไม่ใช่การลดราคาห้องพักตรงๆ ให้เห็นชัดเจนแบบราคาบนหน้าเว็บ
- ลูกค้าต้องซื้อ Voucher ก่อนแล้วค่อยนำไปใช้ทีหลัง จึงไม่ใช่ "ราคาขายห้องพัก ณ เวลาจอง" ที่ระบบเทียบราคาของ OTA จะดึงไปเทียบได้ตรงๆ
ถึงอย่างนั้น เงื่อนไข Rate Parity ของแต่ละ OTA ก็เขียนไม่เหมือนกัน ก่อนเริ่มขายจริงจังแนะนำให้เช็คสัญญาที่โรงแรมเซ็นไว้กับ OTA แต่ละเจ้าอีกครั้ง หรือปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้ชัวร์
แต่ปัญหาคือ...โรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีเวลาไปนั่งขายเอง
พอฟังดูดีขนาดนี้ หลายคนคงคิดว่า "งั้นก็เริ่มขาย Voucher เลยสิ" แต่ในความเป็นจริง เจ้าของโรงแรมและทีมงานส่วนใหญ่ยุ่งกับการดูแลแขกที่มาพักอยู่แล้ว ไม่มีเวลาไปนั่งทำหน้าร้านออนไลน์ ถ่ายรูป เขียนคำโฆษณา ตั้งราคา จัดโปรโมชัน หรือไปเปิดร้านขายบน Shopee ด้วยตัวเอง
แล้วถ้าจะขายเอง ก็ต้องมานั่งดูแลเรื่องระบบตรวจสอบ Voucher ปลอม การจัดการวันหมดอายุ การจัดการเมื่อลูกค้ามาใช้สิทธิ์จริง ซึ่งเป็นงานที่ไม่ถนัดและกินเวลาที่ควรเอาไปดูแลแขกในโรงแรมมากกว่า
นี่คือจุดที่ SORASO Mall เข้ามาช่วย
SORASO Mall ถูกออกแบบมาเพื่อรับภาระตรงนี้แทนโรงแรม ตั้งแต่การจัดการ Voucher ในระบบ ไปจนถึงการนำ Voucher ไปวางขายบนช่องทางอย่าง Shopee ให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น โดยที่โรงแรมไม่ต้องไปนั่งทำเองทุกขั้นตอน
เพราะ SORASO เชื่อในเรื่อง Hospitality Native คือการอยู่ข้างเดียวกับคนโรงแรมจริงๆ เข้าใจว่าคนทำโรงแรมอยากโฟกัสกับการดูแลแขก ไม่ใช่มานั่งปวดหัวกับระบบหลังบ้านของการขาย Voucher
ถ้าโรงแรมของคุณยังปล่อยให้ห้องว่างในโลว์ซีซัน หรือยังไม่เคยลองขาย Voucher มาก่อน นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะจะเริ่มต้น

